วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

ตำนานหน้าใหม่ของ M9 LEICA'Titanium'

วันนี้ขอพื้นที่ให้กล้องระดับตำนานได้โชว์ตัวกันบ้างครับ นานๆที่ได้มีโอกาสเห็นกล้องที่ช่างภาพทุกระดับต่างใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครอง ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์คลาสสิคสวยงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพียบพร้อมไปด้วยเทคนิคการทำงานที่เที่ยงตรงแม่นยำ ทนทานสมบุกสมบันเป็นพิเศษ สมกับเป็นผลิตผลจากประเทศเยอรมันนี และเป็นกล้องที่อยู่ในมือของช่างภาพระดับโลก และเนชั่นแนลจีโอกราฟิค มาแทบทุกรุ่น กล้องที่จะพุยกันในวันนี้คือกล้องไลก้า (Leica) และกล้องLeica รุ่นที่ว่านี้คือรุ่นพิเศษ M9"ไทเทเนี่ยม" เป็นกล้องดิจิตอลคอมแพควิวไฟน์เดอร์ สำหรับมืออาชีพ ใช้เลนส์ Leica ตระกูล M ตัวกล้องโลหะไททาเนี่ยม ควบคุมชัตเตอร์แบบใบมีดเหล็กด้วยระบบ Microprocessor ซึ่งเป็นผลจากการร่วมมือกับ Walter de'Silva นักออกแบบรถยนต์ชั้นยอด ที่รับผิดชอบแนวคิดการออกแบบโฟล์คสวาเก้นรุ่นล่าสุดและเป็น หัวหน้าทีมงานนักออกแบบของ Audi ที่ทำการออกแบบ M9 LEICA ตามคุณสมบัติลักษณะเฉพาะของกล้อง Leica rangefinder ที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ตัวกล้องโครงสร้างใช้โลหะไทเทเนียม แข็งแรงมั่นคงที่ออกแบบเป็นพิเศษ เป็นผลให้ M9 LEICA'Titanium'เป็นที่สนใจของผู้รักการออกแบบที่โดดเด่นนี้ และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้น มีการผลิตเพียง 500 ตัวทั่วโลกและจัดเป็นชุดพร้อมกับ LEICA SUMMILUX - M 35mm f/1.4 ASPH ที่กระบอกเลนส์ ใช้โลหะไททาเนียมเป็นส่วนประกอบ



การออกแบบและฟังก์ชั่น

Walter de'Silva ยังคงเก็บสไตล์ที่โดดเด่นของกล้อง Leica M ในตามรูปแบบของกล้อง rangefinder ไว้เช่นเดิม ดังนั้นคุณสมบัติด้านเทคนิคการผลิตของ M9 LEICA'Titanium'จึงใช้เทคนิคชั้นสูงโดยเฉพาะวัสดุที่มีคุณภาพสูงคือโครงสร้างโลหะที่เป็นองค์ประกอบทั้งหมดของตัวกล้องทำจากไททาเนียม เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ แข็งน้ำหนักเบา แข็งแรง ทนทานสูง ใช้เครื่องมือและเทคนิคพิเศษในการผลิต นอกจากนี้พื้นผิวสัมผัส มีการเคลือบแข็งโดย บริษัทผู้เชี่ยวชาญในวิตเซอร์แลนด์ ป้องกัน รอยขีดข่วน, โลโก้ Leica ได้รับการออกแบบใหม่แบบแกะสลักประณีตในเรซินบริสุทธิ์ เคลือบสีขาวปิดผนึกด้วย สารเคลือบเงา วางที่ให้เห็นเด่นชัดที่ตำแหน่งส่วนกลางโดยตรงบนเลนส์

เลนส์

LEICA SUMMILUX - M 35mm f/1.4 ASPH ที่มาพร้อมกับเลนส์รุ่นพิเศษนี้ยังมีแนวคิดการออกแบบใหม่เน้นองค์ประกอบสำคัญอย่างสมบูรณ์แบบ สอดคล้องกับรูปแบบกล้อง มีเกลียวรอบเลนส์เพื่อใช้ติด hood แบบโปร่งที่ทำด้วยไทเทเนี่ยมเช่นกันเพื่อป้องกันการกระทบกระแทกที่กระบอกเลนส์ที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย


ข้อมูลคุณสมบัติโดยสังเขปมีดังนี้
เซ็นเซอร์รับภาพที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Kodak ขนาด 36 x 24 mm CCD sensor ความละเอียดของภาพ 18 ล้านพิกเซล ค่ารับแสง 0 to 20 EV ชดเชยแสง +/- 3.0 EV (1/3 EV steps) ความไวแสง ISO 80-2500 ความเร็วชัตเตอร์ 32 to 1/4000 sec แฟลชซิงค์ : 1/180 sec ปรับแสงสมดุลอัตโนมัติ
6 โหมดปรับแสงประกอบด้วย แสงจากหลอดไฟ Tungsten ,Fluorescent 1,Fluorescent 2 ,Daylight
Flash,เมฆครึ้ม,และในร่ม
อุณหภูมิแสง (Kelvin color temperature) 2000 - 13100 K
จอภาพขนาด 2.5" TFT LCD ความละเอียด 230,000 pixel
ภาษา 8 ภาษา คือ English ,German, French, Spanish,Italian,Japanese,Chinese and Russian
แบตเตอรี่ Lithium-Ion battery pack (3.7 V, 1900 mAh)
ขนาด 139 x 80 x 37 mm (5.5 x 3.1 x 1.5 in) น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 589 g (1.3 lb)

ราคา US: $6,995 (body only) UK: £4,850 inc VAT (body only)
คิดเป็นเงินบาทไทยก็ประมาณสองแสนฝ่าๆเท่านั้นเองครับพี่น้อง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น